Visa Singapore

ประเภทของวีซ่าสิงคโปร์

สิงคโปร์เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เป็นเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว รวมถึงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนต้องการเดินทางไปทำงานด้วย เพจนี้จะให้ข้อมูลประเภทวีซ่าของประเทศสิงคโปร์ที่คนไทยสามารถยื่นขอได้ รวมถึงขั้นตอนการเตรียมตัว และเตรียมเอกสาร

ข้อมูลและรายละเอียดประเภทของวีซ่ามีดังนี้

Social Visit Pass

นักท่องเที่ยวชาวไทย สามารถเดินทางเข้าพำนักอยู่ที่สิงคโปร์ ได้ไม่เกิน 30 วัน โดยใช้วีซ่าที่เรียกว่า Social Pass ซึ่งเป็นชื่อเรียกประเภทของวีซ่า แต่ความเป็นจริงแล้วผู้ที่เดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์ ไม่ต้องยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าแต่อย่างใด แต่ก็มีคนไทยหลายคนที่แอบลักลอบเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมายโดยถือวีซ่าประเภทนี้อยู่บ่อยครั้ง จึงทำให้ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสิงคโปร์ค่อนข้างเข้มงวดกับคนไทยเป็นพิเศษ ในการอนุญาตให้เข้าประเทศได้

คำแนะนำสำหรับการยื่นเอกสารชี้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของประเทศสิงคโปร์
  • ควรแสดงตั๋วเครื่องบินขากลับกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง
  • ควรเตรียมเงินสด และบัตรเครดิตให้เพียงพอตลอดการพำนักที่ประเทศสิงคโปร์
  • เตรียมเอกสารการจองที่พักโฮสเทล หรือโรงแรม และหลักฐานการชำระค่าที่พักให้เรียบร้อย (ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเรียกดู)
  • ในกรณีที่มาท่องเที่ยวควรเตรียม แผนการท่องเที่ยวไว้ด้วย (ในกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองสอบถาม)
  • ควรตอบคำถามกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองให้ชัดเจน
  • ควรแต่งกายให้สุภาพ
ข้อควรระวัง

ในกรณีที่พำนักอยู่ที่สิงคโปร์ เกินระยะเวลาที่กำหนด (Overstay) จะต้องถูกปรับสูงสุด 4,000 SGD หรือ จำคุกอาจนานถึง 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ และในกรณีที่อยู่เกินระยะเวลาที่กำหนด 90 วัน และหากผู้กระทำผิดเป็นเพศชายจะได้รับโทษเฆี่ยนด้วยหวายอย่างน้อย 3 ครั้งและปรับสูงสุด ไม่เกิน 6,000 SGD เพิ่มเติมจากการปรับและจำคุก และเมื่อพ้นโทษจะถูกห้ามเข้าสิงคโปร์อีก

Student’s Pass

เป็นวีซ่าที่สถานทูตสิงคโปร์ออกให้สำหรับนักเรียนที่เข้าไปศึกษาต่อในประเทศสิงคโปร์ ทั้งระดับประถม มัธยม ปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก รวมถึงการเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนที่ลงทะเบียนเกิน 4 สัปดาห์ขึ้นไป สถานทูตจะออกวีซ่าให้ตามระยะเวลาที่ลงทะเบียนเรียน

คุณสมบัติของผู้ขอยื่นวีซ่านักเรียน หรือ Student’s Pass
  • สำหรับนักเรียนต่างชาติในการสมัคร Student Pass นั้นจะต้องได้รับการอนุมัติจากสถาบันการศึกษาในสิงคโปร์ให้เรียนในหลักสูตรเต็มเวลา ( Full-time course ) ในส่วนของหลักสูตรนอกเวลา (Part-time) ที่เรียนเฉพาะช่วงเย็น เรียนเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์จะไม่สามารถสมัคร Student Pass ได้
  • ผู้สมัคร Student Pass ที่มีอายุ 19 ปีหรือต่ำกว่าและลงทะเบียนเรียนในสถาบันการศึกษาเอกชน (Private Education Organisation (PEO)) จะได้รับการพิจารณาโดยตรงจาก Singapore Immigration and Checkpoints Authority (ICA) และหากผู้สมัครที่มีอายุ 20 ปีหรือมากกว่าต้องการเรียนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษ การพาณิชย์ วิชาชีพหรือวิจิตรศิลป์ปริญญาบัตร (รวมไปถึง University of London (UOL) tuition programmes) สถานทูตสิงคโปร์อาจจะร้องขอให้มีการสัมภาษณ์ด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่สถานทูต
บุคคลที่ได้รับการยกเว้นการใช้ Student’s Pass
  • บุคคลที่ได้รับคำสั่งยกเว้นการเข้าเมือง (An Immigration Exemption Order)
  • บุคคลที่ได้รับ Short-Term Visit Pass ที่จุดตรวจคนเข้าเมืองสิงคโปร์ (Singapore Checkpoint) และต้องการเรียนหลักสูตรระยะสั้นเท่านั้น โดยหลักสูตรระยะสั้นที่ลงเรียนจะต้องเข้าเกณฑ์ดังต่อไปนี้ด้วย
    1. หลักสูตรจะต้องเรียนจบภายในระยะเวลา 30 วัน
    2. จะต้องลงเรียนแค่หลักสูตรเดียว ไม่ลงเรียนหลายหลักสูตรพร้อมกัน
    3. จะต้องไม่เป็น หลักสูตรที่มีการลงมือปฏิบัติ อมรม หรือมีกิจกรรมการทำงานอุตสาหกรรมที่ต้องติดต่อกับลูกค้าแบบ Walk in หรือเรียนในสถานที่ที่เป็นที่ทำงานทางธุรกิจ (เช่น ร้านทำผมหรือร้านเสริมสวย)
รายละเอียดการสมัคร Student’s Pass
  • เรียบร้อยแล้ว ทางสถาบันการศึกษา จะนำข้อมูลต่าง ๆ เช่น หนังสือเดินทาง รายละเอียดของหลักสูตร วันที่เริ่ม-วันที่สำเร็จการศึกษาและหมายเลขการสมัคร SOLAR ไปลงทะเบียนไว้ในระบบ
  • ทางสถาบันการศึกษาจะแจ้งให้นักเรียนทราบเมื่อได้รับการอนุมัติและจะให้ SOLAR Application Reference Number กับนักเรียนซึ่งจะใช้ในการเข้าถึง SOLAR หลังจากนั้น จะต้องเข้าไปกรอกแบบฟอร์ม eForm 16 ผ่านระบบลงทะเบียนของสิงคโปร์ที่เรียกว่า Student’s Pass On-Line Application and Registration (SOLAR) system (ต้องปริ้นท์แบบฟอร์ม eForm16 เพื่อนำไปยื่นขอรับ Student’s Pass ที่ ICA Office เมื่อตอนที่นักเรียนไปรับใบอนุญาต)
  • หลังจากกรอกข้อมูลใน SOLAR ครบถ้วนแล้วทางสถาบันการศึกษาจะยื่นเรื่องไปยัง ICA และเมื่อวีซ่าของนักเรียนได้รับการอนุมัติ นักเรียนจะต้องเดินทางไปรับใบอนุญาตดังกล่าวด้วยตนเองที่ ICA Office
  • หากวีซ่าของนักเรียนได้รับการอนุมัติ ICA จะออกจดหมาย In-Principle Approval (IPA) ให้นักเรียน Student Pass จะออกให้ก็ต่อเมื่อนักเรียนมีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไขทั้งหมดที่ระบุไว้ในจดหมายฉบับนี้ จากนั้นจะต้องนำเอกสารทั้งหมดที่ระบุไว้ในจดหมาย IPA ไปที่ ICA Building (Visitor Services Center) โดยจะต้องทำการนัดหมายก่อน

หากนักเรียนต้องใช้วีซ่าในการเข้าประเทศ วีซ่าก็จะถูกแนบมากับจดหมายนี้ ซึ่งจดหมาย IPA ของนักเรียนจะเป็นใบอนุญาตชั่วคราวและนักเรียนสามารถใช้ผ่านเข้าประเทศได้

  • ขั้นตอนสุดท้ายจะต้องทำการนัดหมายก่อน โดยเข้าไปที่ e-Appointment เพื่อทำการนัดวันและเวลาที่เหมาะสม เมื่อถึงที่นัดหมายแล้วให้ไปรับตั๋วบัตรคิวที่ Self-Service Ticketing Kiosk และจากนั้นรอคิวของนักเรียน

เมื่อเดินทางเข้ามาประเทศสิงคโปร์แล้ว นักเรียนจะต้องไปที่ Student Pass Unit ที่ ชั้น 4 ตึก ICA ตามที่อยู่ข้างบน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนและรับ Student Pass ภายในระยะเวลาวีซ่า Visit Pass ของนักเรียน และนักเรียนจะต้องมอบเอกสารตัวจริงและเอกสารสำเนาทั้งหมดตามที่ขอที่นี่ด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมที่ควรทราบ
  1. Student’s Pass On-Line Application and Registration (SOLAR) คือ ระบบการสมัคร และยื่นขอ Student’s Pass
  2. SOLAR Application Reference Number คือ หมายเลขลงทะเบียนของผู้สมัคร เพื่อยื่นข้อมูลและเอกสารเข้าระบบ SOLAR
  3. Immigration & Check Points Authority of Singapore (ICA) คือ หน่วยงานที่รับพิจารณา และอนุมัติวีซ่า
  4. In-Principle Approval (IPA) คือ เอกสารอนุมัติวีซ่าชั่วคราว ซึ่งด้านในจดหมายจะแจ้งรายละเอียดต่าง ๆ ของหลักสูตร และผู้ยื่นขอวีซ่า โดยจะต้องแสดงเอกสารฉบับนี้ต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และใช้ยื่นเพื่อรับ Student Card ที่ตึก ICA Building
คำแนะนำ
  •  ควรสมัคร Student’s Pass ก่อนเปิดภาคเรียนอย่างน้อย 1 เดือน (ห้ามเกิน 2 เดือน)
  •  ข้อกำหนดและขั้นตอนสำหรับ Student’s Pass จะแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับประเภทของสถาบันการศึกษา
  •  นักเรียนจะต้องอยู่ในประเทศสิงคโปร์และมีวีซ่าเข้าประเทศที่ยังไม่หมดอายุตอนที่มารับ Student’s Pass
สถานที่ตั้ง ICA Building
  • 10 Kallang Road, Level 4 ,Singapore 208718 (ติดกับสถานี Lavender MRT)

 

 

เอกสารที่ใช้ในการขอ Student Pass
  • หนังสือเดินทางที่ยังไม่หมดอายุ (ควรเหลืออายุการใช้งานอย่างน้อย 6 เดือน)
  • สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาเอกสารรับรองการเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ถ้ามี)
  • รูปถ่ายสีหน้าตรงเหมือนหนังสือเดินทาง (3 x 4 cm) และถ่ายไม่เกิน 3 เดือน
  • ข้อมูลประวัติการเดินทางต่างประเทศทั้งหมด
  • หนังสือตอบรับ (Letter of Acceptance หรือ Registration Acknowledgement Letter) จากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันการศึกษาเอกชนในประเทศสิงคโปร์
  • แบบฟอร์ม eForm 16 และ ฟอร์ม V36 จาก SOLAR
  • แผนการเรียนที่ครอบคลุมพร้อมลงลายมือชื่อ
  • หนังสือรับรองทางการแพทย์ (Medical Certificate) ตรงกันกับ ICA format
  • ผลคะแนนวัดระดับภาษาอังกฤษ เช่น TOEFL, IELTS เป็นต้น
  • สูติบัตร
  • วุฒิบัตรสำเร็จการศึกษาหรือใบปริญญาบัตร
  • ใบระเบียนผลการเรียน หรือ Transcript
  • ข้อมูลและประวัติการทำงาน
  • หลักฐานทางการเงิน
  • ข้อมูลของคู่สมรส พ่อแม่ ผู้ปกครอง พี่น้องทั้งหมดของผู้สมัคร
  • ผู้สมัครที่อายุ 12 ปี 0 วันหรือต่ำกว่านี้ จะต้องส่งเอกสารการฉีดวัคซีนไปที่ Health Promotion Board (HPB)

หมายเหตุ: เอกสารทั้งหมดที่ไม่ได้ออกเป็นภาษาอังกฤษจะต้องได้รับการแปลและรับรองเป็นภาษาอังกฤษให้เรียบร้อย

ค่าธรรมเนียมในการสมัคร Student Pass

  • ค่าประกันสำหรับ Student Pass จำนวน 60 SGD และอีก 30 SGD สำหรับ Multiple Journey Visa และสามารถชำระผ่าน Internet Banking, AMEX หรือ Visa or MasterCard Credit/Debit card online

สิทธิประโยชน์ของผู้ถือ Student Pass

  • นักเรียนต่างชาติที่ต้องการทำงานต่อในสิงคโปร์หลังจากจบการศึกษาแล้ว สามารถสมัคร Visit Pass ได้ โดยผู้ที่ถือ Visit Pass สามารถอยู่ที่สิงคโปร์ได้อีก 1 ปี และต้องได้รับสัญญาการจ้างงานจากบริษัท จากนั้นนักเรียน หรือทางบริษัทจะสามารถสมัคร Employment Pass ได้
  • สำหรับนักเรียนที่ถือ Student Pass ที่สำเร็จการศึกษาในประเทศสิงคโปร์ มหาวิทยาลัยสามารถสปอนเซอร์คู่สมรสและบุตรของนักเรียนสำหรับ Social Visit Pass ได้ ซึ่งอนุญาตให้พวกเขาสามารถพำนักอยู่ในประเทศสิงคโปร์ได้ เป็นเวลาไม่เกิน 4 สัปดาห์
  • ผู้ถือบัตร Student Pass ในสิงคโปร์ กระทรวงแรงงาน หรือ The Ministry of Manpower (MOM) อนุญาตให้คุณทำงานได้หากคุณมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดเฉพาะ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ mom.gov.sg.

Work Permit

สำหรับชาวต่างชาติทุกคนที่ต้องการที่จะเข้ามาทำงานในประเทศสิงคโปร์จะต้องมีใบขออนุญาตทำงานที่ถูกต้อง หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าวีซ่าทำงาน ซึ่งจะออกใบอนุญาตทำงาน ให้แก่ชาวต่างชาติภายใต้พระราชบัญญัติการว่าจ้างแรงงานต่างชาติ (Employment of Foreign Worker Act) โดยแบ่งออกเป็นแต่ละประเภทดังนี้

Employment Pass (EP) ใบอนุญาตทำงานประเภทนี้ออกให้สำหรับชาวต่างชาติที่ทำงาน ระดับวิชาชีพ ผู้จัดการ ผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญ (Professions, Manager, Executives and Specialists) และมีคุณสมบัติเป็นที่ยอมรับโดยแบ่งออกเป็น 3ระดับดังนี้

  • ระดับ P1 Pass เงินเดือนพื้นฐาน 8,000 SGD ขึ้นไป
  • ระดับ P2 Pass เงินเดือนพื้นฐานระหว่าง 4,500 – 8,000 SGD โดยต้องมีคุณสมบัติตรงตามตำแหน่งงาน
  • รับ Q Pass เงินเดือนพื้นฐาน 3,300 SGD ขึ้นไปและต้องมี คุณสมบัติตรงตามตำแหน่งงาน (ประสบการณ์ทำงาน 5 ปีในงานที่ เกี่ยวข้องรวมทั้งทักษะฝีมืออาจนำเข้ามาพิจารณาถ้าจำเป็น)

ผู้ถือบัตร Employment Pass (ทั้ง P และ Q) จะได้รับอนุญาตให้นำผู้ติดตามประเภท 1 คือ คู่สมรส บุตร ที่ยังไม่สมรสหรือบุตรบุญธรรมตามกฎหมายที่อายุต่ำกว่า 21 ปี ติดตามได้โดยถือบัตรผู้ติดตาม (Dependant’s Pass) หรือ ผู้ถือ P Pass  ได้รับอนุญาตเพิ่มเติมให้นำ ผู้ติดตามประเภท 2 คือ บิดามารดาตนเอง และบิดามารดาของคู่สมรส  หรือ บุตรที่เกิดจากการสมรสครั้งก่อนของคู่สมรส บุตรพิการ บุตรหญิงที่ยังไม่สมรสและอายุเกิน 21 ปี ติดตามได้โดยยื่นขอบัตร Long-Term Social Visit Pass  ทั้งนี้ การพิจารณาให้ใบอนุญาต P หรือ Q ดูจากเงินเดือน ตำแหน่งและ ประสบการณ์เป็นหลัก

Personalised Employment Pass (PEP) เป็นใบอนุญาตทำงานแบบใหม่ โดยผู้ถือบัตร Employment Pass และทำงานในสิงคโปร์มาแล้วอย่างน้อย 2 ปี (สำหรับ P Pass) หรือ 5 ปี (สำหรับ Q1 Pass) และรับเงินเดือนพื้นฐานไม่ต่ำกว่าปีละ 30,000 SGD หรือนักศึกษาที่ศึกษาระดับสูงในสิงคโปร์และมีประสบการณ์ทำงานในสิงคโปร์ภายใต้ Employment Pass อย่างน้อย 2 ปี มีสิทธิ์ขอ PEP ซึ่งจะมีอายุการอนุญาต 5 ปีโดยไม่ต้องต่อ

ทั้งนี้ ระดับ P , Q และ PEP ไม่จำกัดเรื่องโควต้าการจ้างและนายจ้างไม่ต้องจ่าย  ภาษีการจ้างแรงงานต่างชาติ (levy) ให้รัฐบาล ผู้ถือ PEP ไม่ได้รับอนุญาตให้เริ่มต้น บริษัท ของตัวเองในสิงคโปร์

S Pass สำหรับชาวต่างชาติที่มีฝีมือแรงงานระดับกลางด้วยความรู้และทักษะ เฉพาะทางเช่น ช่างเทคนิค พ่อครัว และอื่น ๆ โดยมีคุณสมบัติดังนี้

  • ได้รับเงินเดือนพื้นฐานไม่ต่ำกว่า 2,500 SGD (มีผลตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2020)
  • วุฒิการศึกษาระดับปริญญาหรืออนุปริญญา ( Degree or Diploma) หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพเทคนิคหลักสูตรเต็มเวลาอย่างน้อย 1ปี
  • ประเภทของงานที่เกี่ยวกับวิชาชีพ
  • ประสบการณ์การทำงาน

สิทธิประโยชน์: ผู้ถือ S Pass ที่ได้รับเงินเดือนมากกว่า 2,500 SGD สามารถขอรับสิทธิ์ ในเรื่องการนำบุคคลในครอบครัวติดตามได้

Work Permit (Foreign Worker) ใบขออนุญาตประเภท WP สำหรับชาวต่างชาติระดับกึ่งฝีมือหรือไม่มีทักษะในภาคการก่อสร้างการผลิตอู่ต่อเรือกระบวนการหรือบริการ อายุระหว่าง 18-50 ปี ที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 1,800 SGD ที่ไม่เข้าคุณสมบัติประเภท S Pass ซึ่งกระทรวงแรงงานสิงคโปร์จะพิจารณาอนุญาตตามประเภทของ ธุรกิจและกลุ่มประเทศ (ตามรายละเอียดข้างต้น) ดังนี้

  • ก่อสร้าง (Construction) อนุญาตแรงงานจาก  TS, NTS, NAS
  • อู่ต่อเรือ (Marine) อนุญาตแรงงานจาก TS, NTS, NAS
  • งานรับใช้ในบ้าน (Domestic Worker) อนุญาตแรงงานจาก TS, NTS  (อายุระหว่าง 21-50 ปี สำหรับผู้ที่ไม่เคยทำงานในสิงคโปร์มาก่อนและต้องมีการศึกษาขั้นต่ำอย่างน้อย 8 ปี)
  • การผลิต (Manufacturing) อนุญาตแรงงานจาก TS, NAS
  • บริการ (Services) อนุญาตแรงงานจาก TS, NAS
  • เกษตรกรรม (Agri-technology) อนุญาตแรงงานจาก NTS

หมายเหตุ : สิงคโปร์ได้กำหนดสาขาธุรกิจที่อนุญาตให้แรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานเป็น 5 สาขา ดังนี้

  1. การก่อสร้าง
  2. อู่ต่อเรือ
  3. งานรับใช้ในบ้าน
  4. การผลิต
  5. บริการ หรือ Services
การแบ่งกลุ่มประเทศ
  1. กลุ่มประเทศ Tradition Sources (TS) ได้แก่ มาเลเซีย จีน ที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานได้ในทุกภาคส่วน
  2. กลุ่มประเทศ Non- Tradition Sources (NTS) ได้แก่ ไทย อินเดีย บังคลาเทศ ศรีลังกา พม่า ฟิลิปปินส์อินโดนิเชียและปากีสถาน ซึ่งอนุญาตให้ทำงานเฉพาะใน 3 สาขาแรกเท่านั้น และไม่สามารถทำงานในสาขาแรงงาน ภาคบริการได้
  3. กลุ่มประเทศ North Asian Sources (NAS) ได้แก่ ฮ่องกง มาเก๊า เกาหลีใต้และไต้หวัน สำหรับภาคการผลิตและการบริการ ซึ่งจะเห็นว่ามีการกีดกันเสรีภาพในการทำงาน และมีการจำกัดเชื้อชาติแยกเข้าไปอีกในบางประเภทงาน เช่น อย่างในงานรับใช้ในบ้าน ที่จะมีการเลือกปฏิบัติต่อคนผิวสี อาทิ ชาวศรีลังกา บังคลา ที่คนสิงคโปร์มักจะปฏิเสธ เพราะเห็นว่ามีความสกปรก ไม่สะอาด เป็นต้น

Entre Pass สำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการประกอบธุรกิจขนาดกลางและ เล็กในสิงคโปร์ โดยยกเว้นธุรกิจเกี่ยวกับร้านกาแฟ ศูนย์อาหาร นวดฝ่าเท้า นวด สถานบันเทิง คาราโอเกะ แลกเปลี่ยนเงินหรือโอนเงิน กวดวิชาหรืออาชีพอื่น ๆ ที่เหมือนกัน

คุณสมบัติ

  • บริษัท จะต้องจดทะเบียนเป็น บริษัท เอกชน จำกัด กับหน่วยงานกำกับดูแลด้านบัญชีและองค์กร – หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจและนักบัญชีสาธารณะแห่งชาติของสิงคโปร์
  • ต้องไม่จดทะเบียน บริษัท เกินหกเดือน ณ จุดสมัคร
  • ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์อย่างน้อย 1 ใน 7 ข้อดังต่อไปนี้ :
    1. มีเงินทุนจาก Venture capital (VC ) ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลหรือนักธุรกิจ
    2. ถือทรัพย์สินทางปัญญา
    3. มีประสบการณ์ทางธุรกิจที่สำคัญ / เครือข่ายและประวัติผู้ประกอบการที่มีแนวโน้ม
    4. มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค / โดเมนเป็นพิเศษในด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจที่เสนอ
    5. มีประวัติที่ดีในการลงทุนในธุรกิจและต้องการขยายธุรกิจใหม่หรือธุรกิจที่มีอยู่ในสิงคโปร์
    6. มีความร่วมมือด้านการวิจัยกับ A*STAR หรือมหาวิทยาลัย
    7. เป็นศูนย์บ่มเพาะที่หน่วยบ่มเพาะที่รัฐบาลสนับสนุน

หมายเหตุ : The Agency for Science, Technology and Research (A*STAR) is Singapore’s lead public sector R&D agency

Training Visit Pass (TVP) สำหรับผู้ฝึกงานของบริษัทซึ่งถือเป็น ส่วนหนึ่งของการทำงาน โดยผู้ฝึกงานต้องได้รับเงินเดือนพื้นฐาน 2,500 SGD ขึ้นไป หรือเป็นนักเรียนที่ฝึกงานตามหลักสูตรของสถาบันศึกษา หรือลูกจ้างของบริษัทที่มีสำนักงานสาขา นอกสิงคโปร์ ทั้งนี้ ผู้ยื่นขออนุญาตอาจได้รับพิจารณาให้ฝึกงานภายใต้ประเภท Training Work Permit (TWP) หากไม่ผ่านคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ TVP

Dependant Pass/ Letter of Consent (DP/LOC) เป็นใบอนุญาต สำหรับ ผู้ติดตามประเภท 1 ของผู้ถือบัตร Employment Pass ทั้งนี้ ผู้ได้บัตร DP หรือ LOC สามารถขออนุญาตทำงานได้โดยกระทรวงแรงงานสิงคโปร์จะพิจารณาอนุญาตตามหลักเกณฑ์ของ ใบอนุญาตแต่ละประเภท

Long Term Social Visit Pass (LTSVP) เป็นใบอนุญาตสำหรับผู้ ติดตามประเภท 2 ของผู้ถือบัตร Employment Pass   ผู้ถือบัตร LTSVP สามารถขออนุญาตทำงาน ได้โดยกระทรวงแรงงานสิงคโปร์จะพิจารณาอนุญาตตามหลักเกณฑ์

ผู้ที่สนในหางานในประเทศสิงคโปร์อาจหาได้จากเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือ เช่น www.stjobs.sg  หรือ www.jobsdb.com  หรือการหาผ่านคนกลางเช่นเพื่อนหรือญาติพี่น้อง การหางานผ่านบริษัทจัดหางานในประเทศไทย การหางานผ่านบริษัทจัดหางานในประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น

Short Term Visit Pass เป็นบัตรที่อนุญาตให้พักอาศัยในสิงคโปร์ได้ตั้งแต่ 1-3 เดือน เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เข้ามารักษาในโรงพยาบาลในสิงคโปร์หรือมีเหตุต้องอยู่สิงคโปร์มากกว่า 1 เดือน

รายละเอียดวิธีการขอไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ด้วยตนเองอย่างถูกต้องตามกฎหมายดังนี้

ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย คือ พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 48 คนหางานผู้ใดประสงค์จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศด้วยตนเอง โดยมิได้ทำสัญญาจัดหางานกับผู้ได้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศ ให้แจ้งให้อธิบดีกรมการจัดหางานหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมาย (ได้แก่จัดหางานจังหวัดทั่วประเทศและผู้อำนวยการสำนักงานจัดหางานเขตพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร) โดยต้องแจ้งก่อนการเดินทางอย่างน้อย 15 วัน

การแจ้งการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ คนหางานสามารถติดต่อแจ้งได้ที่ใดที่หนึ่งดังต่อไปนี้

  •  สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ
  •  สำนักงานจัดหางานเขตพื้นที่ทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร
  •  สำนักบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ( ฝ่ายพิจารณาอนุญาตการไปทำงาน 2 ) อาคารสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 3 ชั้น 12 ถนนมิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์หมายเลข 0-2245-6714-5

ขั้นตอนการแจ้งไปทำงานต่างประเทศ ทำได้ง่าย โดยกรอกแบบแจ้งการเดินทางไปทำงานด้วยตนเอง ตามแบบจง.39 และยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย

  • หนังสือเดินทาง (ต้นฉบับพร้อมสำเนา)
  • บัตรประจำตัวประชาชน หรือ ทะเบียนบ้าน (ต้นฉบับพร้อมสำเนา)
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ให้ความยินยอม กรณีบุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี ไปทำงาน
  • หนังสือรับรองการตรวจสอบการขออนุญาตนำแรงงานไทยไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ พร้อมสำเนาสัญญาจ้าง ซึ่งรับรองโดยสำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์

วิธีการขอหนังสือรับรองการตรวจสอบการขออนุญาตนำแรงงานไทยไปทำงานที่ประเทศสิงคโปร์ ทำได้ดังนี้

(1) ให้นางจ้าง(ที่สิงคโปร์) ติดต่อขอรับแบบและยื่นแบบเอกสาร พร้อมหลักฐานการขอหนังสือรับรองได้ที่สำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์ อาคารฝ่ายกงสุล ชั้น 3 ภายในสถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ เลขที่ 370 ถนนออร์ชาร์ด หรือ ติดต่อโทรศัพท์หมายเลข +65 6224 1797,+65 6224 9940

(2) เมื่อนายจ้างได้รับหนังสือรับรองจากสำนักงานแรงงานในประเทศสิงคโปร์แล้ว นายจ้างจะส่งเอกสารทั้งชุดให้กับคนหางานในประเทศไทย

คนที่หางานด้วยตนเอง หากได้ส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศก่อนเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ หรือคนหางานที่นายจ้างหรือผู้รับอนุญาตจัดหางานเพื่อไปทำงานในต่างประเทศส่งเงินเข้ากองทุนให้ มีสิทธิได้รับประโยชน์จากกองทุนเป็นระยะเวลาตามสัญญาที่คนหางานนั้นมีอยู่และคนหางานซึ่งยังอยู่หรือยังทำงานอยู่ในต่างประเทศ จะได้รับสิทธิจากกองทุนเป็นระยะเวลาห้าปีนับแต่วันครบตามสัญญาจ้างหรือวันที่สัญญาจ้างสิ้นสุดลง สำหรับคนไปทำงานที่สิงคโปร์ อัตราค่าสมัคร 400 บาท สนใจสมัครเป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ ติดต่อ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทั่วประเทศ สำนักงานจัดหางานเขตพื้นที่ทุกแห่งในกรุงเทพมหานคร หรือที่ ฝ่ายกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ สำนักบริหารแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ กระทรวงแรงงาน โทร. 0 2245 6710 – 1

Permanent Resident (PR)

เป็นบัตรสำหรับต่างชาติที่ต้องการพักอาศัยอยู่ในสิงคโปร์แบบถาวร บัตรนี้จะมีสิทธิ์เทียบเท่าคนสิงคโปร์แทบทุกอย่าง สามารถทำงานได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ผู้ที่ถือบัตร PR สามารถยื่นขอเปลี่ยนสัญชาติเป็นสิงคโปร์แบบเต็มตัวได้ ผู้ที่จะสมัครบัตร PR นี้ได้จะต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • มีคู่สมรสเป็นชาวสิงคโปร์หรือ PR และมีลูกอายุไม่เกิน 21 ปีและยังไม่ได้แต่งงาน หรือ
  • เป็นผู้สูงอายุที่มีบุตรเป็นชาวสิงคโปร์ หรือ
  • ผู้ที่ถือบัตร EP หรือ S Pass หรือ
  • นักลงทุน

สำหรับคนที่ถือบัตร EP หรือ S Pass สามารถยื่นขอ PR ให้ตัวเอง คู่สมรส และ บุตร/ธิดา ที่มีอายุน้อยกว่า 21 ปี ได้โดยจะต้องเป็นลูกที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือจะเป็นลูกบุญธรรมก็ได้เช่นกัน

การยื่นขอบัตร PR

จะต้องยื่นผ่านระบบออนไลน์ (ผู้สมัครมีเวลาในการกรอกแบบฟอร์ม 90 นาที โดยจะต้องเตรียมข้อมูล และเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อม)

Link สำหรับยื่นสมัครบัตร PR : https://erep.ica.gov.sg/epr/index.xhtml

หมายเหตุ : ถ้าช่องไหนไม่ได้กรอก ให้พิมพ์คำว่า NA

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับผู้ที่ถือบัตร EP หรือ S Pass มีดังนี้ (เอกสารต้องเป็นไฟล์ PDF หรือ JPG ทั้งหมด เพื่ออัพโหลดเข้าระบบ)

  1. Passport หน้ารายละเอียดของตัวบุคคล
  2. บัตร EP หรือ S Pass
  3. บัตรประชาชน
  4. สูติบัตร และทะเบียนบ้าน ที่ระบุชื่อบิดา และมารดา
  5. เอกสารการเปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนนามสกุล (ถ้ามี)
  6. วุฒิการศึกษาสูงสุด (ปริญญาบัตร, ใบแสดงผลการเรียน)
  7. หนังสือผ่านงานจากที่ทำงานเดิม
  8. สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 6 เดือน
  9. หนังสือรับรองการทำงานจากที่ทำงานปัจจุบัน โดยจะต้องระบุตำแหน่ง วันที่เริ่มงาน เงินเดือน ค่าคอมมิชชั่น รวมถึงรายได้อื่น ๆ โดยจะต้องชี้แจงทั้งหมด รวมถึงบริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร ต้องอธิบายโดยละเอียด ซึ่งจดหมายจะต้องเขียนถึง The Controller of Immigration (หนังสือรับรองต้องมีอายุไม่เกิน 1 เดือนจนถึงวันยื่นสมัครขอ PR)
  10. เอกสารยื่นภาษี IRAS (https://www.iras.gov.sg/irashome/default.aspx)
  11. สำหรับผู้สมัครที่เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือไม่ได้เป็นลูกจ้าง จะต้องมีหนังสือการจดทะเบียนธุรกิจ ที่มีชื่อของผู้สมัครอยู่ด้วย และใบอนุญาตอื่น ๆ เช่น Stall License, Business License, Property agent License

หมายเหตุ : สำหรับเอกสารที่เป็นฉบับภาษาไทย จำเป็นจะต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ และต้องนำไปขอรับรองเอกสารจากกรมการกงสุล หรือสถานทูตไทย

สำหรับผู้สมัครที่แต่งงานแล้ว ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้

  1. ทะเบียนสมรส
  2. ใบมรณะบัตร หรือ ใบหย่า ของคู่สมรสเดิม สำหรับคนที่เคยแต่งงานมาก่อน
  3. เอกสารของบุตร / ธิดา ที่มีทั้งหมด รวมถึงบุตร / ธิดากับคู่สมรสเดิม
  4. วุฒิการศึกษาของคู่สมรส (ปริญญาบัตร, ใบแสดงผลการเรียน)

ในกรณีที่คู่สมรสต้องการยื่นขอ PR พร้อมกัน ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้

  1. Passport หน้ารายละเอียดของตัวบุคคล
  2. สูติบัตร และทะเบียนบ้าน ที่ระบุชื่อบิดา และมารดา
  3. เอกสารการเปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนนามสกุล (ถ้ามี)
  4. บัตรประชาชน
  5. ใบมรณบัตร หรือ ใบหย่า และเอกสารเกี่ยวกับบุตร / ธิดา ของคู่สมรสก่อนหน้านี้

เอกสารของบุตร/ธิดา ในกรณีที่ยื่นขอ PR พร้อมกัน ต้องยื่นเอกสารเพิ่มเติมดังนี้

  1. Passport หน้ารายละเอียดของตัวบุคคล
  2. สูติบัตร และทะเบียนบ้าน ที่ระบุชื่อบิดา และมารดา
  3. หนังสือรับบุตรบุญธรรม (ถ้ามี)
  4. เอกสารการเปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนนามสกุล (ถ้ามี)

ข้อดีของการเป็น PR ประเทศสิงคโปร์

  1. ไม่ต้องยื่นขอ EP ใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนงาน
  2. ได้รับการช่วยเหลือลดหย่อนจากภาครัฐในเรื่องค่ารักษาพยาบาล จากคลินิก และโรงพยาบาลรัฐ ได้รับการสนับสนุนจากแผนประกันสุขภาพเช่น Medisave, Medishield และ Eldershield
  3. มีสิทธิ์ซื้อบ้านมือสอง (HDB Flat) ที่สิงคโปร์
  4. ได้รับการอุดหนุนค่าธรรมเนียมการศึกษาต่าง ๆ จากภาครัฐ
  5. ได้รับสิทธิในการได้รับเงินอุดหนุนสำหรับโครงการความช่วยเหลือต่าง ๆ เกี่ยวกับบุตร / ธิดา
  6. ขอวีซ่าไปประเทศต่าง ๆ ด้วยการแนบบัตร PR ไปพร้อมกับพาสปอร์ตของไทย จะช่วยให้ผ่านง่ายขึ้น
  7. สามารถทำธุรกิจในสิงคโปร์ได้
  8. ผู้ชายที่เป็น PR รุ่นแรกไม่ต้องเป็นทหารที่สิงคโปร์ (แต่ในรุ่นลูก (Generation 2) ลูกชายจะต้องเป็นทหาร)